เจดีย์ยักษ์

เจดีย์ยักษ์ตั้งอยู่ข้างสำนักงานเทศบาลนครศรีธรรมราช ริมถนนราชดำเนิน เป็นเจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ ทรงเจดีย์เป็นแบบลังกา ด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงิน พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ฝีมือช่างในสมัยอยุธยาที่เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก สันนิษฐานว่าสร้างโดยโคทคีรีเศรษฐีชาวมอญกับบริวารที่อพยพภัยมาอาศัยเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อประมาณ พ.ศ. 1546 กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2518–2522

สวนรุกขชาติซับชมภู

สวนรุกขชาติแห่งนี้มีพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติราว 180 ไร่ จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 โดยความเห็นชอบของสภาตำบลบ้านโภชน์ร่วมกับปลัดอำเภอและป่าไม้อำเภอหนองไผ่ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ภายในสวนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ มีน้ำตก 3 แห่งที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้แก่ น้ำตกหินงาม น้ำตกไทรงาม และน้ำตกธารงาม

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์

ศาลคู่บ้านคู่เมืองของเพชรบูรณ์และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน โดยแต่ละวันที่นี่จะมีผู้คนเดินทางมาสักการะ ขอพร และบนบาน ยามที่มีปัญหาทุกข์ร้อนหรือต้องการสิ่งใด ก็จะมากราบขอพรจากองค์เจ้าพ่อหลักเมือง และหากสมความปรารถนาจะมีการมาแก้บนด้วยการแสดงมโหรสพตลอดทั่งปี เสาหลักเมืองตั้งอยู่ในศาลาไทยตรีมุข ลักษณะเป็นแท่งเสาหินทราย จารึกด้วยอักษรขอม และภาษาสันสกฤต

ศูนย์เรียนรู้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง

ตามรอยพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ในการช่วยบำบัดทุกข์ให้กับราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้มากมายรวมทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ หุบกระพงแห่งนี้ โดยภายในศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จุดเด่นอยู่ที่นิทรรศการภายในอาคารคุ้มเกล้าสหกรณ์และอาคารนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจที่หุบกระพง

อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง

สัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ภายในอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างที่มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอนาทวีและอำเภอสะเดา ซึ่งมีสภาพป่าและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าที่สำรวจพบหลายชนิด ได้แก่ หมูป่า หมี เก้ง เลียงผา ลิงหางสั้น ชะนี สมเสร็จ เสือดำ กระจง อีเห็น เต่า ตะกวด และนกนานาชนิด เช่น นกเงือก นกหว้า ไก่ฟ้า นกกระทาดง นกยูง นกขุนทอง นกกางเขน เป็นต้น

พระธาตุเรณูนคร

พระธาตุเรณูนคร ประดิษฐานอยู่วัดพระธาตุเรณู ณ บ้านเรณูนคร องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างเมื่อปี พ. ศ. 2461 โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน

ตลาดเก้าห้อง

ตลาดเก้าห้องเป็นตลาดห้องแถวเก่าแก่ ย่านการค้าของชุมชนไทย-จีน ที่รุ่งเรืองริมแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือแม่น้ำท่าจีน จากวันวานจนถึงวันนี้เป็นเวลานานกว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งตลาดยังคงสภาพบ้านเรือนไม้ที่ปลูกเรียงกันเป็นแถวยาว สำหรับที่มาของชื่อตลาดเก้าห้องนั้น สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากชื่อบ้านเก้าห้อง บ้านโบราณที่สร้างขึ้นโดย ‘นายฮง’ ชาวจีนที่อพยพมาจากกรุงเทพฯ และทำมาค้าขายอยู่บริเวณละแวกบ้านเก้าห้อง กิจการค้ารุ่งเรืองดี โดยค้าขายบนแพที่จอดอยู่ริมน้ำหน้าบ้านเก้าห้อง เนื่องจากในสมัยก่อนเป็นย่านค้าขายที่มีเรือนแพขายของเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ต่อมา นายฮงเริ่มวางแผนผังและสร้างตลาดบริเวณฝั่งตรงข้ามกับบ้านเก้าห้อง มีการโยกย้ายแพขึ้นไปค้าขายบนบกหรือในตลาด เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำในบริเวณนั้น และเปิดการค้าทางบกมากขึ้น รวมทั้งนำชื่อบ้านเก้าห้องมาเป็นชื่อตลาด และ 1 ปีถัดมา นายฮงได้สร้างป้อมขนาด 5 ชั้นขึ้น ชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้า บริเวณฝาผนังทุกด้านของแต่ละชั้นจะมีรูกลมโต เหตุที่สร้างป้อมขึ้นมา เพราะในระยะนั้นมีพวกโจรหรือที่เรียกว่า “เสือ”ชุกชุมเป็นอย่างมาก จึงสร้างป้อมไว้คอยสังเกตการณ์และเตรียมป้องกันการปล้นสะดมของเสือทั้งหลาย จากคำบอกเล่าของคนเก่าแก่ […]

อ่างเก็บน้ำรัตนัย

บางครั้งจินตนาการก็สร้างสรรค์บรรยากาศของความสุขให้เกิดขึ้นได้ เฉกเช่นการพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำขนาดมหึมา ที่บางคราวก็ให้อารมณ์ของการนั่งชิลริมทะเลสาบ ที่อ่างเก็บน้ำรัตนัย หรืออ่างเก็บน้ำบ้านรัตนัย 1 แห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน ด้วยความกว้างใหญ่ของอ่างที่มีความจุ 2,020,000 ลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1,600 ไร่ มีอาคารระบายน้ำล้น กว้าง 15 เมตร พร้อมทำนบดิน สูง 15 เมตร ยาว 250 เมตร