เมืองแพรก (วัดโตนดหลาย)

เมืองสรรคบุรี หรือเมืองแพรก อยู่ในเขตตำบลแพรกศรีราชา เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสันนิษฐานว่าเดิมชื่อเมืองไตรตรึงส์ ศิลปกรรมแบบอู่ทอง น่าจะสร้างก่อนเมืองชัยนาท และยังเคยเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัยคู่กันมากับเมืองชัยนาท ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเรียกเมืองสรรคบุรีว่าเมืองแพรก และเรียกเมืองชัยนาทว่าชัยนาทบุรี

แหลมเหลว

สันทรายขนาดใหญ่ที่ยื่นล้ำเข้าไปในทะเลคือสถานที่ที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า “แหลมเหลว” เมื่อยามระดับน้ำทะเลลดลงจะปรากฏสันทรายแห่งนี้ชัดเจนและทอดตัวเป็นแนวยาวดูน่ามหัศจรรย์ นอกจากนี้ บริเวณแหลมเหลวยังเป็นบ่อเกิดของหลากวิถีชีวิตที่อิงอาศัยอยู่กับป่าชายเลนทั้งลิงแสม นกชายเลนชนิดต่างๆ เช่น นกตีนเทียน นกชายเลนบึง นกยางกรอกพันธุ์ชวา นกยางเปียและน่าสนใจที่สุดต้องยกให้การถีบเลนหาหอยแครงของชาวบ้านละแวกนั้น

รอยพระบาทแห่งสันติภาพ

รอยพระบาทรอยนี้คือความสุขอันยิ่งใหญ่เปรียบดังสายฝนชุ่มฉ่ำที่โปรยลงมาสู่ผืนดินแห้งแล้ง อันเกิดจากสงครามและความไม่สงบกลางผืนแผ่นดินไทยในอดีตที่ผ่านมา จากการสู้รบกันของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ยึดฐานที่มั่นอยู่บนดอยผาหม่นหรือภูชี้ฟ้าในปัจจุบันนั่นเอง สงครามครั้งนั้นต้องมีผู้สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากลัทธิคอมมิวนิสต์ที่เผยแผ่เข้ามาถึงเมืองไทย จนกระทั่งวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2525 การสู้รบได้สงบลง

ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเก่า (คลองลัดพลี)

ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเก่า (คลองลัดพลี) หรือตลาดน้ำคลองลัดพลี อยู่บริเวณวัดราษฎร์เจริญธรรม (วัดสุน) เป็นตลาดน้ำดำเนินสะดวกเก่าที่ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม มีการจำหน่ายพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ ก๋วยเตี๋ยวเรือและกาฟโบราณที่พานเรือกันมาขาย รวมทั้งบริการล่องเรือชมวิถีชีวิตตลาดน้ำและวัฒนธรรมพื้นบ้าน 8 เผ่า การนวดแผนโบราณ อบ ประคบ สมุนไพร และสินค้า OTOP

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ

หนึ่งในจตุรพุทธปราการตามความเชื่อสมัยโบราณที่สร้างพระพุทธรูปประจำเมืองทั้งสี่ทิศ เพื่อปกปักรักษาดินแดนและคุ้มครองประชาชนให้มีความสุข และพระพุทธรูปประจำทิศเหนือคือองค์นี้นั่นเอง พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศประดิษฐานอยู่ในมณฑปทรงไทยแบบจตุมุข มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยโลหะผสมรมดำทั้งองค์ปางสมาธิและชาวบ้านยังนิยมเรียกขานกันว่า “หลวงพ่อดำ”

เจดีย์ยักษ์

เจดีย์ยักษ์ตั้งอยู่ข้างสำนักงานเทศบาลนครศรีธรรมราช ริมถนนราชดำเนิน เป็นเจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ ทรงเจดีย์เป็นแบบลังกา ด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงิน พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ฝีมือช่างในสมัยอยุธยาที่เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก สันนิษฐานว่าสร้างโดยโคทคีรีเศรษฐีชาวมอญกับบริวารที่อพยพภัยมาอาศัยเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อประมาณ พ.ศ. 1546 กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2518–2522

สวนรุกขชาติซับชมภู

สวนรุกขชาติแห่งนี้มีพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติราว 180 ไร่ จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 โดยความเห็นชอบของสภาตำบลบ้านโภชน์ร่วมกับปลัดอำเภอและป่าไม้อำเภอหนองไผ่ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ภายในสวนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ มีน้ำตก 3 แห่งที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้แก่ น้ำตกหินงาม น้ำตกไทรงาม และน้ำตกธารงาม

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์

ศาลคู่บ้านคู่เมืองของเพชรบูรณ์และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน โดยแต่ละวันที่นี่จะมีผู้คนเดินทางมาสักการะ ขอพร และบนบาน ยามที่มีปัญหาทุกข์ร้อนหรือต้องการสิ่งใด ก็จะมากราบขอพรจากองค์เจ้าพ่อหลักเมือง และหากสมความปรารถนาจะมีการมาแก้บนด้วยการแสดงมโหรสพตลอดทั่งปี เสาหลักเมืองตั้งอยู่ในศาลาไทยตรีมุข ลักษณะเป็นแท่งเสาหินทราย จารึกด้วยอักษรขอม และภาษาสันสกฤต

ศูนย์เรียนรู้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง

ตามรอยพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ในการช่วยบำบัดทุกข์ให้กับราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้มากมายรวมทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ หุบกระพงแห่งนี้ โดยภายในศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จุดเด่นอยู่ที่นิทรรศการภายในอาคารคุ้มเกล้าสหกรณ์และอาคารนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจที่หุบกระพง

อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง

สัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ภายในอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างที่มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอนาทวีและอำเภอสะเดา ซึ่งมีสภาพป่าและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าที่สำรวจพบหลายชนิด ได้แก่ หมูป่า หมี เก้ง เลียงผา ลิงหางสั้น ชะนี สมเสร็จ เสือดำ กระจง อีเห็น เต่า ตะกวด และนกนานาชนิด เช่น นกเงือก นกหว้า ไก่ฟ้า นกกระทาดง นกยูง นกขุนทอง นกกางเขน เป็นต้น